หูยย ชื่อเอนทรี่น้ำเน่ามาก 55
ไม่มีอะไรมากค่ะ อยากจะเขียนถึงคนที่บ้านนิดหน่อย


แปลกดีนะคะที่เวลาเราอยู่ใกล้กัน อยู่บ้านเดียวกัน
เป็นครอบครัว เป็นบ้าน แต่กลับไม่ค่อยพูดจากัน
ไม่เห็นความสำคัญของกันและกันซักเท่าไหร่

มานั่งนึกถึงตัวเองเมื่อก่อนค่ะ คุณแม่ก็จะเป็น
เหมือนคุณแม่บ้านอื่นๆค่ะอยากให้ลูกเรียนเก่งๆ
อยากให้ลูกเรียนสายวิทย์เหมือนบ้านอื่นๆเค้า
แต่ด้วยความที่เราไม่เก่งเลข เรื่องนี้เลยไม่สามารถค่ะ

จำได้เลยนะคะว่าวันทีี่่เราสอบเข้าสายวิทย์ไม่ได้
คุณแม่ท่านดูเหมือนจะผิดหวังอยู่มากเหมือนกัน
แต่ท่านก็ไม่ได้พูดอะไรเลยค่ะ หลังจากนั้นมาเราเอง
ก็ไม่ใช่เด็กเรียนเก่งอะไรเรียนจบมต้นมาก็เลยไม่ได้ดี
อะไรมากมาย พอมามอปลายก็จะเข้าสายศิลป์อีก

ท่านก็ถามนะคะว่าเรียนศิลป์ไปจะทำอะไรได้ ณ
ตอนนั้นเรายังตอบไม่ได้ แต่สุดท้ายก็เรียนสายศิลป์
จนจบ ม.ปลาย แถมเอนท์เข้ามหาลัย
สาขาที่เป็นศิลปะอีกต่างหาก

เื่มื่อวันก่อนเรามีเรื่องวุ่นวายใจนิดหน่อยเลยโทรศัพท์
คุยกับแม่ค่ะ ท่านก็พูดมาคำนึง บอกว่า คนเราเกิดมามี
อะไรมาไม่เหมือนกัน แต่ละคนมีดีของตัวเองอยู่
เราเรียนจบสายศิลป์มา เราเองก็เก่งในทางของเรา
ไม่จำเป็นต้องเอาไปเทียบกับคนอื่นเพราะถ้าเค้า
มาเรียนแบบเรา เค้าคงทำไม่ได้หรอก ฟังมาถึงตรงนี้
ก็เข้าใจเลยค่ะว่า ความคิดของคุณแม่เปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว
มานั่งนึกๆดูในช่วงม.ปลายจนถึงมหาลัย
แม่เราจะเป็นคนแรกเลยค่ะที่จะโกรธมาก ถ้าใคร
มาบอกว่าเรียนศิลปะ จบมาก็ไม่มีอะไรกิน
ถึงโลกเราจะเปลี่ยนไปยุคสมัยต่างๆก็เปลี่ยนแปลง
แต่ขอบอกเลยนะคะว่าความคิดแบบนี้ยังมีอยู่นะคะ
ตอนที่เรายังไม่ได้ออกมาเรียนมหาลัย ยังอยู่บ้าน
ตอนนั้นเป็นเด็กไม่ดีเลยค่ะเถียงแม่ตลอดแทบทุกอย่าง
คิดอย่างเดียวเลยค่ะว่าอยากออกไปจากบ้านนี้เร็วๆ
เบื่อบ้านไม่อยากอยู่แล้ว แต่ ณ ปัจจุบันนี้ ที่เดียวที่คิด
อยากจะกลับไป คือบ้านที่เราเคยเบื่อนักหนานั่นหล่ะค่ะ

จากเมื่อก่อนที่เรากับแม่ไม่เคยพูดอะไรกันมากมายนัก
ไม่ค่อยบอกกันว่าคิดยังไงพอไกลกัน เชื่อไหมคะ
แม่เล่าให้ฟังว่าวันแรกที่เราออกจากบ้านมาเรียนที่มหาลัย
แม่ร้องไห้เพราะคิดถึงลูกค่ะ ...โหยย
เกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินคำนี้จากแม่  แล้วเราก็บอกแม่กลับไปค่ะ
ว่าเราเองก็ร้องไห้คิดถึงบ้านอยู่บ่อยเลย

เดี๋ยวนี้มีเรื่องอะไร ไม่ว่่าจะดีหรือร้ายคนแรกที่นึกถึง
คือคุณแม่ที่แรกที่คิดถึงเมื่อตื่นขึ้นมาคือบ้าน
ยิ่งไกลจากบ้านมากเท่าไหร่ ทุกคนในบ้านเมื่อกลับไป
จะเข้าใจกันและกันมากกว่าที่เคยเป็น ด้วยสถานภาพ
และความจำเป็นต่างๆเวลาที่เราจะได้กลับบ้านก็ไม่บ่อยเท่าเดิมอีกแล้ว

ท่านเคยไม่เข้าใจในสิ่งที่เราทำ ท่านเคยไม่ชอบในสิ่งที่เรารัก 
ท่านเคยหวังอยากให้ลูกเป็นเด็กที่เรียนได้เก่งๆเหมือนลูกคนอื่นๆ
แต่ ณ จุดนึงเราได้ทำในสิ่งที่ท่านเคยไม่ชอบ เคยไม่เข้าใจ
ได้อย่างดีที่สุด ตอนนี้ ท่านกลายเป็นคนแรก
ที่จะคอยให้กำลังใจเรา คนแรกที่คิดถึงเมื่อลังเล ใจในสิ่งที่ทำ
ที่เขียนมาทั้งหมดนี่ไม่ได้ สนับสนุนให้ทุกบ้านไกลกันนะคะ 55
แค่อยากจะบอกว่า ไม่ว่าจะไกล หรือใกล้กัน
คนที่บ้านเราเป็นคนแรกนะคะที่จะรอการกลับมาของเรา
และรอที่จะเข้าใจเราอยู่เสมอ เพราะบางทีเราใกล้กัน
มากจนเกินไป มาก..จนลืมที่จะให้ความสำคัญกับคนๆนั้นนะคะ

รักท่านให้มากๆนะคะ *0*

เป็นเหมือนกันนะคะ เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านเราจะเถียงกันกับแม่แทบทุกวันเลย
แต่พอเรียนมหาลัยเรากับแม่และครอบครัวกลับดูอบอุ่นและแสดงความรักต่อกันมากขึ้นค่ะ confused smile
แต่เราโชคดีที่เป็นคนดื้อ เรื่องเรียนป๋าก็อยากให้เรียนสายวิทย์ค่ะ แต่เราโง่วิชาเลขแบบสุดๆอ่ะ ถ้าเรียนสายวิทย์คงไปไม่รอดแน่ๆ เราก็เลือกสายศิลป์ พอจะเรียนมหาลัย ตอนแรกก็จะเรียนศิลปะ ก็เดิมๆค่ะตามประสาผู้ใหญ่ ยุคเค้าคิดแต่ว่าเรียนศิลปะจบมาจะทำอะไรกิน
แต่สุดท้ายเราก็เรียนตามใจป๋าไม่ไหว ขอเปลี่ยนคณะมาเรียนศิลปะอยู่ดีค่ะ มันจริงนะคะ อะไรๆก็ขึ้นอยู่กับตัวเราทั้งนั้น รี่ถ้าเราไม่ดื้อเราอาจเรียนไม่ได้ดีขนาดนี้ก็ได้ แหะๆ question
สู้ๆต่อไปค่ะ big smile

#7 By สส.eVeZaa on 2009-06-16 09:48

เขียนได้ดีมาก ๆ เลยคับ Hot!

ผมอ่านแล้วก็นึกถึงแม่เลย

จริง ๆ นะบางครั้งเวลาและความห่างไกลทำให้เราเห็นคุณค่า

เป็นกำลังใจให้เด็กศิลป์ค๊าบ

ไม่ว่าอาชีพอะไรถ้าเราทำในสิ่งที่เรารักแค่นั้นก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ

สู้ต่อไปคร๊าบ ^ ^"

#6 By ปั๊ปปี้ฮับ on 2009-06-16 00:36

ฮ่าๆ จริงๆนะ แค่ พี่เค้าบอกว่า จำได้ เราดีใจละ คือเค้าบอกว่าเค้าชอบ แต่เค้าไม่ใช่คนตัดสิน เค้าบอกว่า งานสนุกดี เจ๋งๆ แค่นี้เราก้ดีใจละฮ่าๆๆ

#5 By 2PDZ on 2009-06-16 00:07

อ่าฮ่าา จะก๊อปไปให้แม่อ่านนน อิอิ จิงๆน๊าฮ๊า ดิฮั๊นก้เป้นหนึ่งที่คุณแม่อยากให้เรียนสายวิทย์ แต่เรียนไปเรียนมามันไม่ใช่อ่ะฮ่ะ จนถึงทุกวันนีแม่ยังคงมีความคิดที่ว่า ทำงาน แบบ หมอ พยาบาลไรงี้สบายกว่า แต่เราไม่สบายใจอ่ะฮ่ะ แต่เค้าก้พูดแค่ช่วงเวลาที่เค้าบ่นแค่นัน้แหละฮ่ะ จะเป็นจะตายมาร้องไห้มาเรื่องเรียน เพราะเรียนสิน เค้าก้ช่วยเราทุกอย่างจนเราโตมาๆๆเนี่ยแหละฮีาๆๆ อิอิ เอนทรี่นี่ ซึ่งๆopen-mounthed smile

#4 By 2PDZ on 2009-06-15 23:36

บางความใกล้กันมันก็ทำให้คนเรากระทบกระทั่งกันได้ง่ายน่ะค่ะ เป็นเหมือนกัน แหะๆ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ ^^

#3 By draco on 2009-06-15 17:06

คุณแม่น่ารักจังเลยค่ะ
big smile
มารดน้ำให้ด้วย
ปล. งานแต่งอะไปด้วยได้นะ แต่ต้องคิดว่าจะแต่งเป็นอะไร อิอิ
แล้วจะบอกหนุ่มๆ ในแผนกที่โสดอยู่ให้ ฮ่าๆ

#2 By Backpack Girl on 2009-06-15 16:28

ความรักของคุณพ่อ คุณแม่ ยิ่งใหญ่จริงๆนะ

ครับ แต่เรามักจะมองไม่เห็นและไม่ทันรู้สึกรู้

สา ใครโชคดีที่มองเห็นและรับรู้ถึงความรัก

นั้นได้แล้ว ก็รักษาเอาไว้ให้ดีๆและนานๆนะ

ครับ big smile

#1 By ชายคลอง on 2009-06-15 15:45